เรียนอังกฤษ,เรียนอังกฤษ นนทบุรี,เรียนอังกฤษ สามัคคี,เรียนอังกฤษ ถนนสามัคคี,อยากพูดอังกฤษ พิธีทอดกฐินภาษาอังกฤษแปลไทย
ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > พิธีทอดกฐินภาษาอังกฤษแปลไทย

พิธีทอดกฐินภาษาอังกฤษแปลไทย


 
พิธีทอดกฐิน
    

Kathin Ceremony

With the end of the 3-month Rains Retreat (about July to September), monks throughout the country are free to move from place to place and are eligible to receive new robes in an annual presentation ceremony called “Thot Kathin”. Besides new robes, Buddhist literature, kitchen equipment, financial contributions and building materials e.g. nails, hand-saws and hammers etc. are also presented to monks on this occasion.

 

In fact, the word “Thot” means “making an offering to the monk” and the word “Kathin” literary means the “embroidery frame” used in sewing the yellow robes which, in those days, were collected from rags on dead bodies in the jungle since clothes were not available in plenty as nowadays. Buddhist people regard the “Thot Kathin” ceremony as the most significant form of merit-making nest to the ordination of their close kin. Thus, once in their lifetime everybody is looking forward to having an opportunity to be the sponsor of a Kathin ceremony as it involves a lot of time, manpower and expense. Above all, an advance booking must be made with the temple, otherwise, the chance to be a sole sponsor of the Kathin may not be possible especially with the reputable temples. Nontheless, those who fail to be the sole sponsor of Kathin can also take part in the ceremony which, in this type, is known as “Kathin Samakki” or the “United Kathin”.

 

Meanwhile, for the royal temples such as the Temple of Dawn or the Reclining Buddha Temple etc. The King or his representatives will be the sponsor of the ceremony, and usually His Majesty the King himself will present the royal Kathin robes to the Buddhist monks of Wat Po (The Reclining Buddha Temple) and other leading temples in Bangkok especially the famed riverside Wat Arun (The Temple of Dawn). On this special occasion, the king will take a journey on board the Royal Barge accompanied by a colourful fleet of escort barges along the Chao Phraya River from the Wasukri Royal landing stage to Wat Arun. The grand waterbone procession of the royal barges is the most beautiful event and visitors to Thailand should not miss a chance to take a glimpse which will remind them of Thailand forever.

 

Sometimes a Kathin group will travel for several hundred kilometers by bus, train, boat or even by plane to present the Kathin robes and other necessities to monks in remote temples or in other countries where Buddhist temples are established. People thus hold this merit-making festival not only for earning merit for themselves but also for enjoying a fun-filled holiday free from the daily hectic life full of stress and strain in the city. During the Thot Kathin period, it is very common to see Kathin processions traveling to and fro throughout the country. In fact, anybody can take part in the event through the simple method of enclosing a small amount of money in the white envelope given by friends or relatives.

 

It is to be noted that Kathin and Pha-pa (or the Forest Robe or a robe left for the monks to take as a discarded cloth) are totally different from one another, in other words, while the Kathin ceremony can be performed only once a year and only after the end of the Rains Retreat, the Pha-pa ceremony can be performed all the year round and at any time suitable. In addition, while each temple is allowed to accept the Kathin robes only one time in a year, the Pha-pa robe can be presented to monks as often as possible. Evidently, the Pha-pa ceremony is less significant than the Kathin ceremony which requires greater preparation. Thus, the Kathin is treated as one of the most significant religious events and can take part from the king to the poor people in rural areas.

 

พิธีทอดกฐิน

เมื่อสิ้นฤดูกาลเข้าพรรษา (ประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน) พระภิกษุทั่วประเทศมีอิสระที่จะเดินทางไปยังที่หนึ่งที่ใดก็ได้ และได้รับอนุญาตให้ได้รับจีวรใหม่ในพิธีทอดกฐินประจำปี นอกจากผ้าจีวรใหม่ก็มีเครื่องอัฎฐบริขาร อุปกรณ์เครื่องครัว เงินบริจาคทานและอุปกรณ์ก่อสร้าง เช่น ตะปู เลื่อยมือ และค้อน เป็นต้น ซึ่งก็ถวายไปพร้อมกันในพิธีนี้ด้วย

 

ที่จริงแล้ว คำว่า “ทอด” หมายถึง “การถวายทานแก่พระสงฆ์” และคำว่า “กฐิน” แปลตามตัวหมายถึง “ไม้สะดึง” (คือไม้แบบตัดจีวร) ใช้ในการเย็บผ้าจีวรเพราะในสมัยก่อนต้องเก็บเอามาจากเศษผ้า จากซากศพในป่า เพราะว่าผ้าจีวรไม่มีจำหน่ายมากมายอย่างเช่นทุกวันนี้ ชาวพุทธถือว่า “พิธีทอดกฐิน” เป็นการทำบุญที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งรองจากพิธีอุปสมบทของญาติสนท ดังนั้นในช่วงชีวิตหนึ่งทุกคนต่างก็หาโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าภาพทอดกฐิน เพราะว่าพิธีนี้ต้องใช้เวลามาก ทั้งกำลังคนและค่าใช้จ่ายสูง เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ จะต้องมีการจองล่วงหน้า มิฉะนั้นโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าภาพกฐินแต่เพียงผู้เดียวก็คงจะเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดที่มีชื่อเสียง แม้กระนั้นผู้ที่พลาดโอกาสที่จะได้เป็นเจ้าภาพแต่เพียงผู้เดียวก็ยังสามารถเข้าร่วมในการทอดกฐินได้ ซึ่งกฐินประเภทนี้เรียกว่า “กฐินสามัคคี”

 

ในขณะเดียวกัน สำหรับ พระอารามหลวง* เช่น วัดอรุณฯ หรือวัดโพธิ์ฯ เป็นต้น พระมหากษัตริย์ หรือผู้แทนพระองค์จะเป็นเจ้าภาพกฐินและโดยปกติพระมหากษัตริย์ก็จะทรงถวายผ้ากฐินหลวงต่อพระสงฆ์โดยพระองค์เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัดโพธิ์ และวัดหลวงที่สำคัญๆ อื่น ๆ เช่น วัดอรุณ ซึ่งในโอกาสนี้พระมหากษัตริย์จะทรงเสด็จโดยเรือพระที่นั่ง พร้อมทั้งมีขบวนเรือติดตามที่สวยงามล่องไปตามลำน้ำเจ้าพระยาจากท่าวาสุกรีไปยังท่าน้ำวัดอรุณฯ ขบวนเรือพระที่นั่งนี้เป็นภาพที่สวยงามมากซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรจะพลาดโอกาสชมเหตุการณ์นี้อันจะติดตาตรึงใจในประเทศไทยไปตลอดกาลนาน

 

บางครั้งขบวนกฐินก็เดินทางไปทอดเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร โดยทางรถโดยสาร รถไฟ ทางเรือหรือแม้แต่ทางเครื่องบินเพื่อถวายผ้ากฐินและของไทยธรรมอื่นๆ ต่อพระสงฆ์ในวัดตามชนบท หรือแม้แต่ในต่างประเทศที่มีวัดพุทธศาสนาตั้งอยู่ ดังนั้นพุทธศาสนิกชนจึงถือเอาโอกาสอันเป็นกุศลนี้ไม่เพียงแต่เพื่อประกอบบุญกุศลให้กับตนเองเท่านั้น แต่ยังได้สนุกสนานในวันหยุด เป็นอิสระจากชีวิตอันวุ่นวายเต็มไปด้วยความตึงเครียดในเมืองหลวงไปชั่วขณะหนึ่งด้วย ในช่วงเทศกาลทอดกฐินนี้ จะดูเป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้เห็นขบวนกฐินเดินทางไปๆ มาๆ ทั่วทั้งประเทศ ที่จริงแล้วทุกคนสามารถเข้าร่วมในพิธีนี้ได้โดยวิธีการง่ายๆ เช่น การใส่เงินจำนวนเล็กน้อยลงในซองสีขาวที่แจกให้โดยเพื่อน ๆ หรือญาติๆ ก็เรียกได้ว่ามีส่วนร่วมแล้ว

 


* ปัจจุบันวัดหลวง 16 วัด ที่ได้รับกฐินหลวง 1. วัดมหาธาตุฯ กทม. 2. วัดพระเชตุพนฯ กทม. 3. วัดสุทัศน์ฯ กทม. 4. วัดบวรนิเวศฯ กทม. 5. วัดเบญจมบพิตร กทม. 6. วัดราชบพิธ กทม. 7. วัดราชประดิษฐ์ฯ กทม. 8. วัดเทพศิรินทร์ฯ กทม. 9. วัดราชาธิวาส กทม. 10. วัดมกุฎกษัตริย์ฯ กทม. 11. วัดอรุณราชวราราม กทม. 12. วัดราชโอรสฯ กทม. 13. วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม 14. วัดสุวรรณดาราราม อยุธยา 15. วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ บางปะอิน อยุธยา 16. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก

 

เป็นที่น่าสังเกตว่า กฐิน และผ้าป่านี้มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง (ผ้าป่าหมายถึงผ้าที่ถูกทิ้งไว้ในป่าเพื่อให้พระภิกษุได้ชักเอาไปทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม) ในขณะที่พิธีทอดกฐินจัดให้มีขึ้นได้เพียงปีละครั้งและหลังจากออกพรรษาแล้วเท่านั้น ส่วนพิธีทอดผ้าป่าสามารถจะทอดได้ตลอดทั้งปีและเวลาใดก็ได้แล้วแต่จะเห็นว่าเหมาะสม นอกจากนี้ในแต่ละวัดก็ได้รับพุทธานุญาตให้รับผ้ากฐินได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในแต่ละปี ส่วนผ้าป่าสามารถจะถวายแก่พระสงฆ์ได้บ่อยจะสักกี่ครั้งก็ได้ เห็นได้ชัดว่า ผ้าป่าจะมีความสำคัญน้อยกว่าพิธีทอดกฐิน ซึ่งต้องมีการเตรียมตัวมาก ดังนั้น กฐินจึงถือเป็นพิธีทางศาสนาที่สำคัญมาก ซึ่งทุกๆ คนสามารถเข้าร่วมได้นับจากองค์พระมหากษัตริย์ไปจนถึงคนจนในชนบท

 


 

 



ผู้ตั้งกระทู้ team :: วันที่ลงประกาศ 2010-10-24 13:24:02


[1]

ความเห็นที่ 1 (1395671)

 http://www.guidescenter.com/article_detail.php?article_id_show=11  ที่มา

ผู้แสดงความคิดเห็น team วันที่ตอบ 2010-10-24 13:24:29



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.