เรียนอังกฤษ,เรียนอังกฤษ นนทบุรี,เรียนอังกฤษ สามัคคี,เรียนอังกฤษ ถนนสามัคคี,อยากพูดอังกฤษ ประเพณีปอยส่างลอย




Rocket Festival

Rocket festival or “Boon Bang Fai” in Thai is usually held in the second week of May of each year, at the beginning of the rainy season. The farmers are ready to cultivate their paddy fields. The festival is popularly celebrated in the northeastern provinces of Yasothorn and Ubon Ratchathani. The celebration is an entreaty to the rain god for plentiful rains during the coming rice planting season.

The festival itself owes its beginning to a legend that a rain god named Vassakan was known for his fascination of being worshipped with fire. To receive plentiful rains for rice cultivation, the farmers send the hope-made rockets to the heaven where the god resided. The festival has been carried out till these days.

Under the guidance of Buddhist monks, it takes the villagers weeks to make the rockets, launching platforms and other decorations. An average rocket is some nine metres in length and carries 20-25 kilogrammes of gunpowder.

* ธัมมจักกัปปวัตนสูตร

In the afternoon of the festival day, rockets are carried in the procession to the launching site. Villagers dressed in colourful traditional costumes attract the eyes of the onlookers, who line up along the procession route.

Before ignition of the rockets, there will be more singing and dancing to celebrate the festival. The climax of the festival is the ignition time. One by one the rockets are fired from the launching platforms. Each liftoff is greeted by cheers and noisy music. The rocket that reaches the greatest height is the winner and the owner of this rocket will dance and urge for rewards on their way home while the owners of the rockets, that exploded or failed to fly, will be thrown into the mud. The celebration is a communual affair of the villagers who come to share joy and happiness together before heading to the paddy fields where hard work is waiting for them.




โดยปกติงานบุญบั้งไฟนี้ จะจัดให้มีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคมในแต่ละปีและช่วงนี้ก็เป็นระยะเวลาเริ่มต้นของฤดูฝน ชาวนาต่างก็พร้อมที่จะทำการเพาะปลูก เทศกาลนี้นิยมเฉลิมฉลองกันมากในจังหวัดทางภาคอีสาน เช่น ยโสธร และอุบลราชธานี การฉลองก็เพื่อเป็นการวิงวอนขอฝนจากพระพิรุณให้ประทานฝนมามากๆ ในช่วงฤดูกาลปลูกข้าวที่กำลังมาถึง

เทศกาลนี้มีที่มาจากตำนานกล่าวว่า เทพบุตรนามว่า วัสสกาล เทพบุตรผู้ซึ่งเป็นที่เลื่องลือว่ามีความเสน่หาในการบูชาด้วยไฟเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเพื่อให้มีน้ำฝนเพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าว ชาวนาจึงส่งจรวด (บั้งไฟ) ที่ทำขึ้นเองไปยังสวรรค์ซึ่งเป็นที่สถิ่ตของวัสสกาลเทพบุตร นับแต่นั้นมาเทศกาลนี้ก็ถือเป็นประเพณีปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้

ภายใต้คำแนะนำของพระสงฆ์ ชาวบ้านต่างก็ใช้เวลาหลายสัปดาห์เพื่อทำบั้งไฟ แท่นยิงและการประดับประดาอื่น ๆ โดยเฉลี่ยบั้งไฟแต่ละบั้งมีความยาวประมาณ 9 เมตร และบรรจุดินปืนประมาณ 20-25 กก.

ครั้นตอนบ่ายของวันทำพิธี จะมีการแห่แหนบั้งไฟไปยังสถานที่สำหรับจุด ชาวบ้านต่างก็แต่งตัวตามประเพณีสวยงามเพื่อดึงดูดสายตาของคนดู ผู้ซึ่งเข้าแถวเรียงรายไปตามเส้นทางขบวนแห่

แต่ก่อนที่จะจุดบั้งไฟ ก็จะมีการขับร้องและเต้นรำเพื่อฉลองเทศกาลนี้กันอย่างครึกครื้นพอสมควร จุดเด่นของเทศกาลนี้ก็คือ ตอนที่จุดบั้งไฟ ซึ่งจะจุดทีละบั้ง การจุดแต่ละครั้งก็จะตามด้วยเสียงเชียร์และเสียงดนตรีดังอึกทึกไปทั่วบริเวณ บั้งไฟที่ขึ้นไปสูงสุดจะได้รับการตัดสินว่าชนะและผู้เป็นเจ้าของบั้งไฟที่ชนะเลิศนั้นก็จะเต้นรำและขอรางวัลจากคนทั่วไปในระหว่างทางที่กลับบ้าน ในขณะเดียวกัน เจ้าของบั้งไฟที่ระเบิดหรือจุดไม่ขึ้นก็จะถูกโยนลงไปในโคลน การฉลองนี้เป็นกิจกรรมร่วมกันของชาวบ้าน ผู้ซึ่งต่างก็มาร่วมรื่นเริงสนุกสนานด้วยกันก่อนที่จะบ่ายหน้าไปยังทุ่งนา ซึ่งรอการคลาดไถปักดำอยู่เบื้องหน้า







The Poy Sang Long Festival

The Poy Sang Long is a three-day celebration of Buddhist novice ordination which usually takes place in late March or early April of every year in the Thailand’s most north-western province of Mae Hong Sorn.

The festival is the custom and tradition of the Shans or Tai Yai an ethnic Thai tribe who migrated from northern Burma and then inhabited most of Mae Hong Sorn. The Tai Yais have a strong devotion to Buddhism, and to follow their age-old tradition the young boys between the age of 7 and 14 will be ordained as novices for a period to learn the Buddhist doctrinces and to gain merit for their parents. It is believed that the tradition is probably to follow in the footsteps of Prince Rahula, the first Buddhist novice who was the Buddha’s own son. The young prince gave up his worldly life to follow his father’s spiritual teachings.

The festival is rich in colour and display making it a most exciting event that draws residents of the entire province to take part. Prior to the arrival of the three-day festival, the boys have their heads shaved and are then bathed and anointed with special waters. They are dressed up in jewelled finery and their faces are expertly made up. These boys are known as the “Jewel Princes” or “Look Kaew” in Thai.

In the early morning of the first day, the celebration begins with a procession around the town. Accompanying the procession are flutes, lutes, fiddles, drums and cymbals. In the procession, each boy is accompanied by three attendants ; one to carry him, another to shelter him from the sun with a tall gold umbrella, and the third to guard the precious jewels. The Boys are led to visit relatives and friends and then join the communion lunch. After the feast, relatives and the elders tie white threads around the wrists of the boys to protect them from evil spirits. Thus ends the first day of the event.

On the second day, the same procession again takes place. This time, the procession includes offerings for the Buddha, other necessities for monks and a horse symbolising the vehicle of the spirit of the city pillar. In the evening, after having dinner, there is the rite of calling “spirit” or “Kwan” in Thai and a verbal recitation to prepare the boys for the actual ordination in the following day.

The last day begins with the procession of the boys to the temple for ordination. At the temple, the boys ask permission to be ordained from the senior monks. Once accepted, the boys then take vows, change the princely attires to yellow robes and become full novices. The greatest event then ends here.

The Poy Sang Long Festival attracts a large number of Thai tourists and has now become popular among foreign tourists as well.


ปอยส่างลองคือพิธีฉลองเป็นเวลา 3 วันของการบรรพชาสามเณรในศาสนาพุทธ ซึ่งโดยปกติก็จะจัดให้มีขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคม หรือไม่ก็ต้นเดือนเมษายนของทุก ๆ ปี ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสุดของประเทศไทย

พิธีนี้เป็นวัฒนธรรมประเพณีของชาวฉานหรือไทใหญ่ (ชนกลุ่มน้อยชาวไทย ผู้ซึ่งอพยพมาจากทางเหนือของพม่าและตั้งถิ่นฐานอยู่ในแม่ฮ่องสอนเสียเป็นส่วนใหญ่) ชาวไทใหญ่มีความเลื่อมใสศรัทธาในศาสนาพุทธมาก และเพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีอันเก่าแก่ของพวกเขา เด็กหนุ่มอายุระหว่าง 7 ถึง 14 ปี จะบรรพชาเป็นสามเณรในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพื่อศึกษาพุทธธรรมและเพื่อให้บิดามารดาได้บุญกุศลอีกด้วย แต่เป็นที่เชื่อกันว่าบางทีประเพณีนี้ก็จัดให้มีขึ้นเพื่อตามรอยเท้าเจ้าชายราหุล ผู้ซึ่งเป็นสามเณรองค์แรกในพุทธศาสนา และเป็นพระโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ (พระพุทธเจ้า) เจ้าชายราหุลทรงสละโลกีย์วิสัย เพื่อดำเนินรอยตามคำสั่งสอนของพระบิดา

ประเพณีนี้หลากหลายไปด้วยสีสันและการแสดงมากมาย ทำให้เป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นมากที่สุด ที่ดึงดูดให้ประชาชนทั่วทั้งจังหวัดมาเข้าร่วมพิธี แต่ก่อนที่จะถึงวันประเพณี เด็กชายจะต้องปลงผมและอาบน้ำ แล้วจึงเจิมด้วยน้ำหอม แต่งกายด้วยเครื่องประดับเพชรพลอยเต็มยศ แต่งหน้าแต่งตาสวยงาน ซึ่งเราเรียกว่าลูกแก้ว

แต่เช้าตรู่ในวันแรกของประเพณีนี้ การเฉลิมฉลองจะเริ่มด้วยขบวนแห่ไปรอบ ๆ เมือง ซึ่งในขบวนแห่นี้ก็จะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีประเภทขลุ่ย พิณ ซอ กลอง และฉิ่งฉาบ ในขบวนแห่ลูกแก้ว แต่ละคนจะมีผู้ติดตาม 3 คน กล่าวคือ คนหนึ่งแบกลูกแก้ว อีกคนหนึ่งกางร่มที่มียอดสูงประดับทองกันแดดให้ และคนที่สามคอยปกป้องเพชรพลอยของมีค่าต่าง ๆ ลูกแก้วเหล่านี้จะถูกนำไปเยี่ยมญาติ ๆ และเพื่อน ๆ และแล้วก็ร่วมรับประทานอาหารรวมกัน หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ญาติ ๆ และผู้สูงอายุก็จะใช้ด้ายสีขาวผูกข้อมือให้ลูกแก้ว เพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้ายต่าง ๆ และแล้วพิธีวันแรกก็เป็นอันจบลง

ในวันที่สองขบวนแห่เดียวกันนี้ก็จะเริ่มทำกันอีก แต่คราวนี้ในขบวนแห่จะประกอบด้วยเครื่องสักการะ เพื่อถวายพระพุทธ เครื่องจตุปัจจัยถวายพระสงฆ์ และมีม้าอันเป็นสัญลักษณ์แห่งพาหนะของเจ้าพ่อหลักเมือง ในตอนเย็น หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ก็จะมีพิธีทำขวัญและการสวดคำขวัญ เพื่อเตรียมตัวให้ลูกแก้ว ผู้ซึ่งจะเข้ารับการบรรพชาในวันรุ่งขึ้น

วันสุดท้ายจะเริ่มด้วยขบวนแห่ลูกแก้วไปยังวัด พอถึงวัด ลูกแก้วก็จะกล่าวคำขออนุญาตเพื่อบรรพชาจากพระเถระ เมื่อท่านอนุญาต ลูกแก้วก็จะกล่าวคำปฏิญาณตน แล้วจึงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นผ้ากาสาวพัตร์สีเหลือง และเป็นสามเณรอย่างสมบูรณ์

ประเพณีปอยส่างลอง ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันนี้ก็เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศอีกด้วย




ผู้ตั้งกระทู้ team (smartenglish2-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2010-01-16 14:26:23


ความคิดเห็นที่ 1 (1361912)


ผู้แสดงความคิดเห็น team (smartenglish2-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-01-16 14:57:09

ความคิดเห็นที่ 2 (1391306)
boots on boots on uggs on sale uggs on sale uggs boots uggs boots uggs outlet store uggs outlet store
ผู้แสดงความคิดเห็น replica rolex วันที่ตอบ 2010-09-22 09:23:18

ความคิดเห็นที่ 3 (1394145)
boots on hair straightener ghd women in slippers
ผู้แสดงความคิดเห็น citizen watch วันที่ตอบ 2010-10-12 09:01:06

ความคิดเห็นที่ 4 (1403953)
charm bracelet, charm bracelet mens rings, mens rings diamond necklaces, diamond necklaces mens emerald ring, mens emerald ring
ผู้แสดงความคิดเห็น cartier watch วันที่ตอบ 2011-01-15 08:58:08

ความคิดเห็นที่ 5 (4078907)

 +698548418441+8865111+18+18+               18

ผู้แสดงความคิดเห็นวันที่ตอบ 2017-09-20 17:12:51


ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *

Copyright © 2010 All Rights Reserved.